ทำไมต้องใช้ฮอร์โมนมากกว่า 2 ตัว ในการกระตุ้นให้แม่วัวตกไข่
มีหลายคำภามว่าการเหนี่ยวนำการเป็นสัดในโคนั้น ฉีดเพียง PG อย่างเดียวก็เป็นผล วันนี้ทางเราจึงได้นำบทความส่วนหนึ่งของ ดร.ศิวัช เกี่ยวกับการใช้ PG ในการเหนี่ยวนำการเป็นสัดมาให้ทราบกันครับ " เนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศไทยเกือบทั้งหมดเลือกใช้วิธีการการผสมเทียมเพื่อปรับปรังพันธุกรรมของแม่โคในฟาร์ม ดังนั้นการสังเกตุอาการเป็นสัดของแม่โคจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้แม่โคได้รับการผสมเทียม และตั้งท้อง ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการสังเกตุการเป็นสัดที่มักพบอยู่เสมอคือแม่โคเป็นสัดเงียบ (Silent heat) หรือแสดงอาการเป็นสัดไม่ชัดเจนและแสดงอาการเป็นสัดเพียงระยะเวลาสั้น (Low intensity of estrous behavior) ด้วยปัญหาเหล่านี้จึงมีการใช้ฮอร์โมนเพื่อควบคุมการเป็นสัดในแม่โคกันอย่างกว้างขวางมาเป็นเวลานาน ในแม่โคที่มีวงรอบการเป็นสัดอย่างชัดเจนและได้รับพรอสตราแกลนดินในระยะ diestrus หรือประมาณวันที่ 7-17 ของวงรอบ พรอสตราแกลนดินจะทำให้แม่โคประมาณ 70-95% ตกไข่ภายใน 7 วัน (Macmillan and Henderson, 1983; Armstrong et al., 1989; Folman et al., 1990; Rosenberg et al., 1990; O’Conner, 2002) พรอสตราแกลนดินจะสามารถสลายคอปัสลูเทียมที่มีอายุมากกว่า 6 วัน (mature corpus luteum) เท่านั้น ในขณะที่ฮอร์โมนนี้ไม่มีผลต่อคอปัสลูเทียมที่มีอายุน้อยกว่า 6 วัน ( Lauderdale, 1975; Tsai and wiltbank, 1998). Lucy et al., 1992 รายงานว่าเมื่อให้พรอสตราแกลนดินในแม่โคแบบสุ่มโดยไม่ทราบวันในวงรอบจะมีแม่โคเพียง 67% ที่มีการสลายของคอปัสลูเทียม และแสดงอาการเป็นสัดซึ่งน่าจะหมายถึงแม่โคอยู่ในระยะวันที่7-17 ของวงรอบรวมกับแม่โคที่อยู่ในช่วงวันที่ 18-20 ของวงรอบซึ่งแสดงการเป็นสัดตามธรรมชาติ ในขณะที่ 33% ที่เหลือคือแม่โคที่มีคอปัสลูเทียมอายุน้อยและไม่ตอบสนองต่อพรอสตราแกลนดิน จากข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่ามีแม่โคจำนวนมากไม่สามารถเหนี่ยวนำให้เป็นสัดได้ด้วยฮอร์โมนเพียงชนิดเดียว เนื่องจากพรอสตราแกลนดินไม่สามารถเหนี่ยวนำให้แม่โคเป็นสัดได้ในกรณีที่แม่โคมีคอปัสลูเทียมที่มีอายุน้อย (immature CL) หรือมีความผิดปกติของรังไข่ (ovarian disorder) และไม่มีวงรอบของการเป็นสัด (Anestrus) (O’Conner, 2002; Murugavel et al., 2003) นอกจากนี้แม่โคที่ได้รับพรอสตร้าแกลนดินจะแสดงอาการเป็นสัดประมาณ 2-8 วันหลังจากได้รับฮอร์โมน ทำให้เกษตรกรยังต้องมีภาระของการจับสัดซึ่งเป็นงานยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่แม่โคแสดงอาการเป็นสัดไม่ชัดเจน หรือแสดงอาการเป็นสัดเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆซึ่งการจับสัดจะทำได้ยากมากดังนั้นการบอกช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการผสมเทียมจึงทำได้ยากหรือทำไม่ได้เลย"
fb: บริษัทน้ำเชื้อว่องไว
fb: ห้องปฏิบัติการระบบสืบพันธุ์ปศุสัตว์
Line ID : kanjanapa

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น